HOME     SEMINARS

หวั่นข้าวจัสมาติออกฤทธิ์
กระเทือนยอดส่งออกไทย

แอลเอ (ไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์) : ผู้ก่อตั้งสมาคมร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ แสดงความห่วงใยหาก "ข้าวไทยพันทางกลางเท็กซัส" (และฟลอริด้า) ยี่ห้อ "จัสมาติ" ได้รับความนิยมในอเมริกา ขณะที่การควบคุมมาตรฐานส่งออกข้าวไทยยังไม่ได้มาตรฐาน จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรุนแรงในอนาคต

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายทรงศีล สุเสวี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์ ถึงกรณีที่มีข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่มเอ็นจีโออเมริกัน และบรรดากลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหารไทยในนครซานฟรานซิสโก เพื่อต่อต้านการจดสิทธิบัตรข้าว "จัสมาติน" ของบริษัทไรซ์เทค เมื่อวันพุธที่ 30 เมษายนที่ร้านอาหารไทยเบซิลว่า ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเนื่องจากติดภารกิจสำคัญ

เมื่อถามถึงประเด็นการออกมาทวงสิทธิ์ข้าวหอมมะลิไทยของกลุ่มผู้ออกมาทวงสิทธ์ นายทรงศีล กล่าวตอบว่า "โดยหลักการแล้วข้าวหอมมะลิเป็นชื่อของพันธุ์ข้าวป่าชนิดหนึ่งที่เกิดจากธรรมชาติไม่ได้เกิดจากการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นเองโดยคนไทย ดังนั้นจึงไม่มีลิขสิทธิ์คุมครองใดที่จะปกป้องไม่ให้ใครนำชื่อพันธุ์ข้าวป่าชนิดนี้ไปจดสิทธิบัตรได้ ดังนั้นการจดสิทธิ์บัตรข้าวหอมมะลิในชื่อ จัสมาตินไรซ์ จึงสามารถกระทำได้"

ผู้อำนวยการสำนกงานส่งเสริมการค้าฯ กล่าวต่อไปอีกว่า ต่อความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนไทยดังกล่าวนี้ ในส่วนของภาครัฐไทย เนื่องจากยังไม่ได้ทราบถึงการออกมาประท้วงครั้งนี้ จึงยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ในการคลี่คลายปัญหาดังกล่าว

นายทรงศีลกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ตอนนี้ทางกรมส่งเสริมการส่งออกฯ ได้มีการรณรงค์ให้ใช้ชื่อ "ไทยหอมมะลิ" ซึ่งเป็นชื่อเฉพาะของข้าวหอมมะลิที่มาจากประเทศไทยแทนคำว่า "จัสมินไรซ์" ซึ่งตนไม่คิดว่าจะสามารถจดสิทธิบัตรเพื่อป้องกันไม่ให้ใครนำชื่อไปใช้ได้ โดยตนจะเดินทางไปพบกับนายเจือ รัตนพันธ์ ผู้ก่อตั้งสมาคมร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวจักรสำคัญของการเคลื่อนไหวต่อต้านการจดสิทธิบัตรข้าวจัสมาตินในวันที่ 23 พฤษภาคม นี้

นายเจือ รัตนพันธ์ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาชนในซานฟรานซิสโก และผู้ก่อตั้งสมาคมร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวไทยทาวน์ยูเอสเอนิวส์ว่า จากการสนทนากับนายทรงศีล สุเสวี ทางโทรศัพท์ ทำให้ทราบว่าทางกระทรวงพาณิชย์ จะเน้นไปที่การโปรโมทข้าวหอมมะลิไทยเป็นที่รู้จักของชาวอเมริกันในชื่อ Hom Mali rice แทน Jasmine rice ซึ่งตนก็ยินดีจะให้ความช่วยเหลือ โดยอนุญาตให้ใช้ฐานข้อมูลรายชื่อร้านอาหารไทยของสมาคมร้านอาหารไทย ซึ่งมีอยู่ประมาณสามพันร้าน เป็นแหล่งเผยแพร่ดังกล่าว

"ผมเรียนท่านว่าคงต้องเป็นการเริ่มต้นใหม่เลย เพราะว่าจัสมินไรซ์ของเรามันดังมานาน ถ้าเราเริ่มต้นโปรโมทคำว่า "หอมมะลิ" ก็คือการเริ่มต้นใหม่ ต้องใช้เวลาและใช้เงินพอสมควรเพื่อสร้างชื่อนี้ให้ติดอยู่ในหัวลูกค้าอเมริกัน ท่านก็เห็นด้วยว่าต้องใช้เวลา"

ส่วนการเคลื่อนไหวเพื่อค้านการจดสิทธิบัตรข้าวจัสมาตินของกลุ่มเอ็นจีโอ ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาอเมริกันที่เคยเดินทางไปคลุกคลีกับชาวนาในภาคอีสานของไทยนั้น นายเจือกล่าวว่า นักศึกษากลุ่มนี้ให้เหตุผลว่า หากอเมริกาปลูกข้าวและจัดจำหน่ายในชื่อจัสมาตินได้ อีกทั้งมีการปรับปรุงคุณภาพให้ใกล้เคียงกับข้าวหอมมะลิของไทย จะทำให้ชาวนาไทยเดือดร้อน เพราะข้าวหอมมะลิไทยจะเสียตลาดใหญ่ในประเทศสหรัฐฯ

"ผมชอบใจอย่างหนึ่งคือ เขาเปรียบว่ามันก็เหมือนแชมเปญของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสินค้าพื้นเมืองของเขา ชาติอื่นจะจดซ้ำไม่ได้ เขาต้องการให้จัสมินไรซ์นี่เป็นสมบัติของภาคอีสาน ของไทย คือได้ยินชื่อปุ๊บก็นึกออกว่าเป็นสินค้าไทย ซึ่งเป็นเหตุผลที่น่าสนใจ" นายเจือกล่าว และว่าจากการประชุมเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมานั้น ได้รับความสนใจอย่างมากจากร้านอาหารไทย รวมถึงคนต่างชาติ เช่นเวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ และคนอเมริกันเป็นจำนวนมาก"

การเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการจดสิทธิบัตรข้าวจัสมาตินของบริษัทไรซ์เทค ของกลุ่มเอ็นจีโออเมริกันนั้น นายเจือกล่าวว่าถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าเป็นการเคลื่อนไหวของคนไทยทั้งหมดคงจะยาก เพราะต้องมีสายสัมพันธ์กับระบบการเมืองของประเทศสหรัฐฯ

"ตอนนี้ทางกลุ่มเอ็นจีโอต้องการให้รัฐบาลไทยผ่านกฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ข้าวจัสมินไรซ์ก่อน ขณะเดียวกันเขาก็จะดำเนินการเจรจากับรัฐบาลอเมริกัน และกับเอทีซี (Federal Trade Commission) คณะกรรมการการค้าของรัฐบาลกลาง) ด้วย ว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร ทางกลุ่มเราคือสมาคมร้านอาหารไทย เมื่อได้ข้อสรุปเหล่านี้ก็จะทำหนังสือแจ้งไปยังร้านอาหารทั้งหมดในดาต้าเบทของเรากว่าสามพันร้าน แจ้งให้ทราบว่าการเคลื่อนไหวทวงสิทธิ์ข้าวหอมไปถึงไหนแล้ว เราก็ต้องคอยดูแนวทางต่อไปว่า ทางเอฟทีซี เขาจะมีคำตอบให้เราอย่างไร จากนั้นเราก็จะมาหามาตรการในขั้นต่อไปอีกที" ผู้ก่อตั้งสมาคมร้านอาหารไทยกล่าว

นอกจากนี้ นายเจือ รัตนพันธุ์ยังได้กล่าวแสดงความห่วงใยอีกว่า การส่งออกข้าวหอมมะลิจากไทยมาสหรัฐฯ นั้น มีการปลอมปน ซึ่งถือเป็นการทำลายภาพพจน์ของข้าวหอมมะลิไทย หากเป็นเช่นนี้ต่อไปก็จะเป็นการง่ายที่ข้าวที่ปลูกในสหรัฐฯ จะตีตลาด

"ข้าวตัวนี้ ผมคุยกับหลายๆ ฝ่าย เขาห่วงกันว่า ถ้าบริษัทอเมริกันเอาดินมาจากเมืองไทย มาแยกดูว่าทำไมถึงดินเมืองไทยถึงปลูกข้าวหอมมะลิได้ดี ถ้าเขาทำได้ก็น่ากลัว เพราะเทคโนโลยีของที่นี่เขาถึง" นายเจือกล่าว และว่าปัจจุบันนี้ ไม่ใช่เฉพาะข้าวเท่านั้นที่สหรัฐฯ สามารถปลูกเองได้ แต่รวมถึงผลไม้ไทยอื่นๆ อย่างเช่นเงาะ มะม่วง หรือทุเรียนด้วย

"อย่างทุเรียน ถ้าคุณเข้าไปที่เว็บไซต์
www.siamfruits.com จะมีรายละเอียดมีภาพว่าเดี๋ยวนี้คนฮาวายเขาปลูกทะเรียนจันทบุรีกันได้แล้ว ได้ผลเหมือนกันเลย ตรงนี้ผมมองว่า ต่อไปเราจะสูญเสียสินค้าทางวัฒนธรรมไทยของเราเยอะมาก" นายเจือกล่าว และว่าวิธีเดียวที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของไทยได้ก็คือจะต้องควบคุมมาตรฐานสินค้าส่งออกของไทยให้เข้มงวดที่สุด

นอกจากนี้ นายเจือ ร้ตนพันธุ์ ยังกล่าวด้วยว่า ตนได้ประสานงานและส่งข้อมูลความเคลื่อนไหวต่อต้านการจดสิทธิบัตรข้าวจัสมาติของบริษัทในสหรัฐฯ ครั้งนี้ไปยังหน่วยงานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง คือคณะกรรมการร่วมระหว่างสภาผู้แทนฯ กับวุฒิสภาพิจารณาร่างพรบ.สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geografical indication Act.) ผ่านทาง นายอลงกรณ์ พลบุตร ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการร่วม และล่าสุดได้รับอีเมล์จากนายอลงกรณ์ เล่าถึงผลการประชุมเมื่อเช้าวันพุธที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมาที่อาคารวุฒิสภาห้อง 217 ซึ่งมีส.ส. 10 คน ฝ่ายวุฒิสมาชิก 10คนเป็นกรรมาธิการร่วม

โดยในอีเมล์ดังกล่าวระบุว่า "ร่างพรบ.ฉบับนี้ผ่านสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาแล้ว แต่มีการแก้ไขในชั้นวุฒิสภา จึงต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมฯ ซึ่งมีข้อโต้แย้งเรื่องการจดทะเบียนของข้าวหอมมะลิ ฝ่ายรัฐบาลมองว่า ข้าวหอมมะลิเป็นชื่อสามัญ เป็นสายพันธุ์ ไม่ใช่สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ จึงรับจดทะเบียนไม่ได้ ฝ่ายเรามองว่า ข้าวหอมมะลิเป็นสายพันธุ์และเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์เนื่องจากเมื่อกล่าวถึงข้าวหอมมะลิ ผู้บริโภคทุกคนทั่วโลกก็จะรู้ว่าข้าวหอมมะลิเป็นของไทย และมาจากไทยเหมือนข้าวบัสมาติของอินเดีย จึงควรมีสิทธิขึ้นทะเบียนตามกฎหมายนี้เพื่อคุ้มครองข้าวหอมมะลิเหมือนการคุ้มครองสุนัขบางแก้ว"

นอกจากนี้ อีเมล์ของนายอลงกรณ์ยังระบุต่อไปด้วยว่า "ขณะนี้ยังถกเถียงไม่ลงตัว แต่ฝ่ายเราก็สู้หัวชนฝา โดยหวังว่า ส.ส.และวุฒิฝ่ายรัฐบาลจะยอมเปลี่ยนความคิด ดีใจที่พวกเราในอเมริกาตื่นตัว หากผมไปอเมริกาเดือนหน้าจะไปบรรยายพิเศษให้ฟังในหลายๆ เรื่องครับ".

อนึ่ง การเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการจดสิทธิบัตรข้าวจัสมาตินของสหรัฐฯ นั้น เคยเกิดขึ้นที่จังหวัดมหาสารคาม เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2002 มาแล้ว โดยครั้งนั้นมีชาวนามาร่วมประท้วงประมาณสามร้อยคน โดยครั้งนั้น ชาวนาไทยแสดงความห่วงใยว่า "ข้าวไทยพันทางกลางเท็กซัส และฟลอริด้า" จะส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาไทยภาคอีสาน ซึ่งมีจำนวนกว่าแสนคน

โดยการเคลื่อนไหวของชาวนาไทยดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากมีข่าวนักวิจัยสหรัฐฯ ชื่อ คริส ดีเรน ได้ปรับปรุงพันธุ์ข้าวหอมมะลิให้เหมาะกับสภาพดินฟ้าอากาศของสหรัฐฯ กล่าวคือต้องการแสงแดดน้อยลง และมีความสูงของต้นข้าวลดลงเพื่อให้สะดวกในการเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องจักร สามารถปลูกได้ทั่วไปในพื้นที่ราบของสหรัฐฯ

คริส ดีเรน เป็นนักวิจัยของศูนย์วิจัยและการศึกษาเอเวอร์เกรดส์ ของมหาวิทยาลัยฟลอริด้า และทำงานให้กับโครงการชื่อ "สเต็บไวส์" (Stepwise programme) ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ อันเป็นโครงการปรับปรุงข้าวหอมมะลิเพื่อปลูกในประเทศ และคริส ดีเรนกล่าวว่า เขาได้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ 105 (Thai Khao Dok Mali 105 -KDM 105) จากสถาบันวิจัยพันธุ์ข้าวนานาชาติของฟิลิปินส์ (International Rice Research Institute) ในปี 1995

หากมีการปลูกข้าวหอมมะลิในพื้นที่เกษตรของสหรัฐฯ อย่างแพร่หลายแล้ว จะส่งผลกระทบกับการส่งออกข้าวของประเทศไทยอย่างรุนแรง เพราะขณะนี้ สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิของไทยที่ใหญ่ที่สุด คือ 3-4 แสนตันต่อปี หรือ 25 เปอร์เซ็นต์ของยอดส่งออกข้าวหอมมะลิทั้งหมดของไทยซึ่งมีประมาณ 1.2 ล้านตันต่อปี (ไทยมีรายได้จากการส่งออกข้าวหอมมะลิทั้งหมดปีละประมาณ 26 พันล้านบาท หรือประมาณ 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยปัจจุบันนี้ ข้าวหอมมะลิทุกยี่ห้อที่ว่างจำหน่ายในสหรัฐฯ นั้น นำเข้ามาจากประเทศไทยถึง 75 เปอร์เซ็นต์.

To donate and for more information, please contact:

ENGAGE
Attn: Laura Millay, National Coordinator
PO Box 336
Surry, Maine 04684
(207) 266-8064


Copyright © 2002 - 2003
Thai Restaurant
Association USA
208 Town & Country Village
Sunnyvale, CA 94086
Phone: 408-774-0244
A partnership between
Jua Rattanaphun -
Thai Basil Inc
and
Dennis Gerlits -
Beach Boy Web Service

Beach Boy Web Service


Designed and Hosted by
Report Problems to Webmaster@Thairausa.com